ประวัติของไทย ก่อนจะเป็นประเทศไทยในตอนนี้ ผ่านอะไรมาบ้าง ?

ประวัติของไทย ที่มีมาแต่โบราณ ก่อนที่จะสามารถรวบรวม ให้เป็นดินแดนที่ชื่อว่า ขวานทองของไทยได้นั้น แลกมาด้วยเลือดและเนื้อของ ประชาชนคนไทยที่เป็นอยู่หลากหลาย กับการรุกรานของประเทศข้างเคียง ความพยายามกอบกู้บ้านเมือง ที่ถูกยึดครองไปได้หลายครั้งหลายครา อีกทั้งการส่งพระราชธิดาที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ เพื่อเป็นองค์ประกันมากมาย เลือดสีแดงที่ฉาบผืนแผ่นดินไทยมายาวนาน

จนสามารถรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นได้ อย่างในปัจจุบันนี้ได้นั้น ช่างลำบากและยากเข็ญมากที่สุด นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ผ่านมามากมาย และมีอายุมากกว่า 200 ปี สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้มีประเทศไทยทุกวันนี้คือ ความสามัคคีของผู้คน และประชาชนทุกคนในประเทศ เป็นเพราะทุกคนมีหน้าที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน เพราะเป็นผู้ที่ช่วยกันขับเคลื่อน ประเทศชาติให้เดินต่อไปได้

ประวัติของไทย

ประวัติของไทย ในอดีตนั้นมีนักรบมากมาย ที่เคยเสียเลือด เสียเนื้อเพื่อแผ่นดินไทย

ประวัติศาสตร์ไทย ละเอียด มีผู้คนมากมายที่เคยเสียสละ ทั้งชีวิตและครอบครัว เพื่อให้คนชนรุ่นหลัง ได้เป็นอยู่สุขสบายขึ้น เหล่าทหารกล้าที่เคยช่วยกันสู้รบ มาอย่างยาวนาน หรือชาวบ้านกลุ่มน้อยใหญ่ อย่างชุมชนชาวบางระจัน ที่ช่วยกันต้านผู้รุกราน อย่างพม่าที่ยกทัพมารบ ด้วยความรักในผืนแผ่นดินไทยนั้นเอง ทำให้หลายคนยอมที่จะปกป้องบ้านเมือง เพื่อให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข สิ่งเหล่านี้ เป็นอีกรูปแบบ ประวัติของไทย

ที่เคยมีหลายคนสงสัย ว่าจริงไหมจากที่ตรงนั้น เคยเป็นที่ปะทะกันของข้าศึก ช่วงที่ตรงกับปีพ.ศ.2308 ที่มีคนเริ่มรู้จัก หมู่บ้านบางระจัน ที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทย ในเรื่องของความสามัคคี และการที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นับว่าเป็นอีกรูปแบบ ของเรื่องราวที่เกิดขึ้น เรื่องราวของหมู่บ้นบางระจัน ที่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ เป็นส่วนหนึ่งประวัติของไทย เป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่อยู่ทางตอนเหนือ ของกรุงศรีอยุธยา

หรือที่เรียกกันว่า เมืองอโยธยาในสมัยนั้น เมืองอยุธยาในช่วงนั้น เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง และถูกยกย่องให้เป็นเมืองหลวง ของแดนสยาม (ประเทศไทย) ปัจจุบันคือ อำเภอค่ายบางระจัน เป็นพื้นที่อำเภอหนึ่ง ของจังหวัดสิงห์บุรี หมู่บ้านบางระจัน หรือที่รู้จักกันดีคือ ค่ายบางระจัน

เป็นเมืองหน้าด่านแห่งหนึ่ง ที่ทำสงครามต้านทัพพม่า ไม่ให้ยกทัพเข้าสู่ เมืองกรุงศรีอยุธยา ในช่วงที่ทำสงครามนั้นคือ ปีพ.ศ.2308-2320 เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนแปลง ของประวัติศาสตร์ชาติไทย เนื่องจากทัพพม่า ที่ได้ยกทัพเข้ามานั้น ไม่สามารถเข้าสู่เมืองอยุธยาได้โดยง่าย

หมู่บ้านบางระจัน ถือเป็นหมู่บ้านนึง ที่ควรค่าแก่การบันทึกไว้ถึงความกล้าหาญ

โดยทางหมู่บ้านบางระจัน หรือค่ายบางระจัน สามารถต้านทัพของทางพม่า ไว้ได้ยาวนานจนถึง 5 เดือนด้วยกัน ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในช่วงระยะเวลา 5 เดือนที่ทางด้านทัพพม่า ไม่สามารถเดินทางเข้าสู่ เมืองอยุธยาโดยง่าย เพราะถูกต้านไว้ที่พิษณุโลก และค่ายบางระจัน ซึ่งทางหมายเหตุของประเทศพม่า มีให้อ้างถึงด้วยในปัจจุบัน แต่ทางด้านของพม่าพูดถึง ค่ายบางระจันว่า มีการถ่วงเวลาการเดินทาง ยุคประวัติศาสตร์ไทย

ของกองทัพพม่าที่พื้นที่ของ แม่น้ำวังซึ่งคือด้านเมืองพิษณุโลก และกองทัพพม่าอีกกอง ที่เข้าใกล้กับทางเมืองอยุธยาแล้ว ยังรอทัพมาเสริมอยู่ เพระายังไม่สามารถฝ่าวงค่ายบางระจันได้ นับได้ว่าการสู้รบกัน ของกองทัพพม่าที่ค่ายบางระจัน ที่มีการบุกสู้รบมากถึง 7 ครั้ง สำหรับการสู้รบกับพม่า ที่ค่ายบางระจันนั้น เป็นการสู้รบที่ต้องรอคอยทัพ ของทางพม่าอีทัพเข้ามาเสริม และการเข้าสู้รบกับค่ายบางระจัน

ในครั้งนี้ชุมชนบางระจัน มีวีรบุรุษ และสตรีเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นายทองเหม็น ที่ชาวบ้านในค่ายบางระจัน บอกว่านายทองเหม็น เป็นชายขี้เมาที่เลี้ยงควาย และทำนาที่เมื่อมีศึก ก็ยังรู้สึกรักบ้านเกิด และแผ่นดินสยาม (แผ่นดินไทย) ขนาดที่ว่าพม่าเข้ามาปล้นชิงเมือง

นายทองเหม็นยังขี่ควายสุดที่รัก ออกไปสู้รบจนตายในสนามรบ อย่างวีระบุรุษคนหนึ่ง ซึ่งเป็นศึกที่แพ้ให้กับพม่าในครั้งแรก ของชาวบ้านค่ายบางระจัน การสู้รบดำเนินไปเรื่อยจนในที่สุด ก็ครบกำหนดและยากเกินที่จะต้านทานได้ ค่าบบางระจันจึงแตกกระเซ็น และทำให้ทางทัพพม่า สามารถบุกเข้าสู่เมืองอยุธยา ก่อนที่จะเสียกรุงนั่นเอง ประวัติศาสตร์ไทยที่น่าสนใจ

เหตุการณ์หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ในการเสียกรุงไปแล้ว และถูกพม่าตีเมืองอยุธยาแตก เกิดอะไรขึ้นบ้าง ?

เมื่อกรุงศรีล่มสลายลงไปในปีพ.ศ.2310 และเหตุการณ์ที่เสียกรุงครั้งนี้ ตลอดทั้งเทือกเขาตะนาวศรี ก็ได้ตกไปเป็นของพม่าเป็นการถาวรอีกด้วย แต่ไม่นานนักพม่าก็ต้องถอนทัพกลับไป เนื่องจากพบกับการบุกเข้ายึดครองเมือง ของทางจีนที่เข้ามาสู่สยาม หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีการตั้งเมืองหลวงขึ้นใหม่ ชื่อเมืองกรุงธนบุรี และเป็นเมืองหลวงได้เพียง 15 ปี คือช่วงปีพ.ศ.2310-2325 ก่อนที่จะมีการย้ายเมืองออกหลวงทันที

ไปอีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ปัจจุบันคือ กรุงเทพมหานคร ณ ปัจจุบันนี้นั่นเอง สำหรับเมื่อช่วงแรก ที่มีการตั้งเมืองหลวงขึ้น แห่งใหม่จากอีกฝั่งของ “ฝั่งกรุงธนบุรี” จะเรียกกันว่า “ฝั่งพระนคร” และเจริญรุ่งเรืองมามากยิ่งขึ้น ก่อนจะมีการเรียกขาน พระนครว่า กรุงเทพมหานคร ในปัจจุบันนี้เอง 

แต่เดิมในสมัยแรกเริ่ม ข้อมูลประเทศไทย ที่ยังมีเมืองหลวง เป็นเมืองอโยธยา หรืออยุธยาในก่อนนั้น ฝั่งพระนคร หรือกรุงเทพมหานครในปัจจุบันนั้น ยังถือว่าเป็นเมืองที่ทำการค้าขนาดเล็กอยู่ เพราะเป็นการทำการค้าจากปากแม่น้ำเจ้าพระยา และต่อมาเมื่อมีการจัดตั้ง เอาเมืองกรุงธนบุรี มาเป็นเมืองหลวง

เมื่อปีพ.ศ.2311 และในปีพ.ศ.2325 ได้เปลี่ยนเมืองหลวงไปที่ ฝั่งพระนคร หรือที่เรียกกันว่า กรุงรัตนโกสินทร์ในสมัยนั้น จนต่อมาช่วงของศตวรรษที่ 20 ฝั่งพระนครเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีความเจริญเติบโตอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ด้านการเมือง การศึกษา เศรษฐกิจการค้าขาย

การสื่อสาร และมีการรับเอาวัฒนธรรมสมัยใหม่ เข้ามาสู่สังคมของประชาชนคนไทยอย่างมากอีกด้วย และเริ่มมีต่างชาติ เข้ามาลงทุนและร่วมทุนมากยิ่งขึ้น จากนั้นเริ่มมีบรรษัท หรือบริษัทข้ามชาติ เข้ามาเปิดกิจการ และตั้งสำนักงานในเมืองไทย หรือพระนคร กรุงรัตนโกสินทร์ กันมากยิ่งขึ้น ประวัติฝรั่งเศส

ประวัติของไทย

ประวัติของไทย จากนั้นไม่นาน กรุงเทพมหานคร ก็ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมา กลายเป็นสถานที่หลัก ของประเทศ

ในการสร้างรายได้ และทำเงินเข้าประเทศ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลาง ของการขนส่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สาธารณสุข ศิลปะ แฟชั่น ความบันเทิงต่างๆ แต่อย่างไรก็ดีในสิ่งที่ก้าวหน้าขึ้นมา กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตลอด สิ่งที่ผิดพลาดมากที่สุด กับการจัดตั้งเมืองหลวงใหม่ ในเขตพระนคร หรือกรุงรัตนโกสินทร์นี้ คือการขาดการวางผังเมืองที่ดี ทำให้เรื่องราวของระบบสาธารณูประโภคต่างๆ เกิดขาดแคลนและไม่เพียงพอ

กับประชากรนั่นเอง ถนนที่มีจำกัดในการสัญจรไปมา อีกทั้งถนนยังไม่กว้างพอ ที่จะรองรับรถส่วนบุคคล จึงทำให้เกิดปัญหา ของเรื่องการจรจรที่ติดขัด และกลายเป็นปัญหาโลกแตก มาจนถึงปัจจุบันนี้ ปัจจุบันประเทศไทย มีเมืองหลวงที่ชื่อว่า กรุงเทพมหานครเป็นสถานที่ ที่มีการอาศัยกันอยู่ อย่างหนาแน่นมากที่สุด อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของ สิ่งต่างๆ ที่เจริญเอาไว่มากมาย เป็นแหล่งที่รวบรวม เอาความเจริญมาไว้นั่นเอง

สำหรับกรุงเทพมหานครนั้น มีประชากรที่ขึ้นทะเบียนราษฏร เป็นคนกรุงเทพมหานครเพียง 6-10 ล้านคนนั่นเอง สำหรับกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยนั้น ถือได้ว่าเป็นเมือง ที่มีตึกสูงมาก เป็นอันดับที่ 11 ของโลก และเป็นเมืองที่มีสถานที่ ให้เดินทางท่องเที่ยวมากมาย ที่มีทั้งในรูปแบบของ ศาสนา และการจับจ่ายใช้สอย ที่สามารถดึงดดนักท่องเที่ยว ให้เข้ามายังกรุงเทพมหานคร หรือประเทศไทยอย่างมากมาย

สำหรับกรุงเทพมหานคร ของประเทศไทย พื้นที่ประเทศไทย ได้ถูกจัดอันดับให้เป็นที่ 1 ที่เป็นที่นิยมเข้ามาท่องเที่ยวมากที่สุด และสามารถสร้างรายได้ ด้านการท่องเที่ยว ให้กับประเทศไทย ได้ถึงปีละมากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปีอีกด้วยอีกทั้งยังถูกจัดให้เป็น ประเทศที่มีรายได้ด้านการท่องเที่ยว

มากเป็นลำดับที่ 3 ของโลก ที่รองลงมาจาก มหานครดูไบ และเมืองเมกกะ สำหรับกรุงเทพมหานครนั้น ถือว่าเป็นเขตการปกครองพิเศษ เพราะไม่ได้เรียกว่า จังหวัด และมีการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เรียกกันว่าผู้บริการกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นร จากการเลือกตั้งนั่นเอง เรียกได้ว่า กว่าจะมาเป็นประเทศไทยทุกวันนี้ ต้องผ่านเรื่องราวมากมาย หลากหลายจนกว่าจะเป็นไทยในปัจจุบัน 

ของฝากในอังกฤษ